เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตช่วยให้เกิดเครือข่ายสังคมออนไลน์

ปัจจุบันการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงขนาดของตลาดในอนาคตและอัตราการเติบโต แม้จะเป็นตัวเลขเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ ก็จะมีผลอย่างมากถ้าการเพิ่มประสิทธิภาพได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าจะคาดเดาอัตราการเติบโตได้ยาก แต่ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับองค์กรในการตัดสินใจแผนในการลงทุน ประโยชน์ที่แท้จริงของอินเทอร์เน็ต และขอบเขตในการนำไปใช้นั้นขึ้นอยู่กับอัตราการเติบโตของการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการนำไปใช้อย่างจริงจังหรือไม่ ในแต่ละภาคอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตจะเข้ามาช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ง่ายขึ้นและการก้าวเข้ามาของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องวิถีชีวิตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับจากการตื่นนอนในตอน เช้าไปจนถึงเข้านอนอีกครั้งในตอนกลางคืน เราหลีกหนีไม่พ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้ หน้าที่เราคือต้องเป็นส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ตและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่ต้องใช้ประโยชน์จากสื่อต่างๆเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นเดียวกัน การไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต

เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่ถือได้ว่าเป็นผลมาจากการปฏิวัติครั้งที่ 4 คือการปฏิวัติระบบอิเล็กทรอนิคส์ ดิจิตอล อันอาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางประการในสังคม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลต่อการพัฒนาทางด้านการเมืองในทางตรงอันจะส่งผลไปถึงการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ในท้ายที่สุดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมนั้นก็อาจก่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาการเมืองในทางอ้อม และนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารได้อีกครั้งหนึ่งโดยสามารถสรุปให้อยู่ในรูปของตัวแบบ

ระบบอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสาร

ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ทางสังคม คือ เครือข่ายสังคมใหม่ที่รู้จักกันแพร่หลายโดยเครือข่ายสังคมออนไลน์นี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่สมาชิกซึ่งก็คือ คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติและศาสนา ทุกระดับการศึกษา ทุกสาขาอาชีพและทุกกลุ่มสังคมย่อยจากทั่วโลกเป็นผู้สื่อสารหรือเขียนเล่าเนื้อหาเรื่องราวประสบการณ์ บทความ รูปภาพ และวีดีโอ ที่สมาชิกเขียนและทำขึ้นเองหรือพบเจอจากสื่ออื่นๆ แล้วนำมาแบ่งปันให้กับผู้อื่นที่อยู่ในเครือของตนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ เครือข่ายสังคมออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ก่อให้เกิดวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีของสื่อสังคมออนไลน์หลากหลายประเภท

ประวัติความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต

Pew-Research-Internet-Center
             เชื่อว่าในปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก เทคโนโลยีที่ชื่อว่า อินเตอร์เน็ต หลายคนทราบดีถึงประโยชน์และโทษของมัน แต่ว่าจะมีสักกี่คนที่รู้ที่มา ของเจ้าสิ่งสารพัดประโยชน์ อย่างอินเตอร์เน็ต ถ้าจะให้เริ่ม ก็ต้องเริ่มที่ปี พ.ศ.2500 ที่ประเทศรัสเซียได้ส่งดาวเทียมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสำเร็จ ทางอเมริกาที่ตอนนั้นมีเทคโนโลยีล้าหลังรัสเซียอยู่ จึงได้จัดตังหน่วยงานวิจัย Advanced Research Projects Agency

             ต่อมา พ.ศ. 2514 Advanced Research Projects Agency ก็ได้ให้ทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา เพื่อการทำวิจัยในหัวข้อเรื่อง เครือข่ายการทำงานร่วมกันของคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลา (Cooperative network of Time-Shared Computers) หลังจากนั้นอีก ๓ ปี กระทรวงกลาโหมก็ได้สนับสนุนโครงการวิจัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ชื่อว่า ARPANET จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงการ ARPANET ได้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ๔ แห่ง เข้าด้วยกัน และเครือข่าย ARPANET ขยายใหญ่ขึ้น และสามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ถึง 23 เครื่อง หลังจากนั้นเทคโนโลยีเหล่านี้ก็ได้รับการพัฒนา จนกลายเป็นเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน ที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนทั้งโลกเข้าด้วยกันได้

networking-220x165

             สำหรับประเทศไทยนั้น ได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตเข้ามาในปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  และสถาบันเทคโนโลยีแห้งเอเชีย (AIT)  ไปยังมหาลัยวทยาลัยเมลเบิร์น  ประเทศออสเตเลีย  แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์  ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวร  จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2535  ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง  ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโลยีแห้งเอเชีย (AIT) , มหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์, สถาบันเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เข้าด้วยกันเรียกว่า “เครือข่ายไทยสาร”  โดยสำนักวิทยบริการจุฬาลงกรณ์  มหาวิทยาลัยได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 96000 บิตต่อวินาทีจาการสื่อสารแห่งประเทศไทย  เพื่อเชื่อมเข้าสู่อินเตอร์เน็ตที่  บริษัท  ยูยูเน็ตเทคโนโลยี  ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2536 NECTEC ได้เช่าวงจรสื่อสารความเร็ว 64 กิโลบิต/วินาที  จาการสื่อสารแห่งประเทศไทยเพื่อเพิ่มความสามารถในการขนส่งข้อมูลทำให้ประเทศไทยมีวงจรสื่อสารระดับที่ให้บริการแก้ผู้ใช้ไทยสารอินเตอร์เน็ต 2 วงจร  ในปัจจุบันวงจรเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศที่จุฬาลงกรณ์มหาลัย  และ NETEC ได้รับการปรับปรุงให้มีความเร็วสูงขึ้นตามลำดับนับตั้งแต่นั้นมาเครือข่ายไทยสารได้ขยายตัวกว้างขึ้น